10 เรื่องควรรู้ก่อนดูดไขมัน อยากสวยหุ่นสลิม ไม่ควรพลาด!!

ศัลยกรรมดูดไขมัน

การทำศัลยกรรม มีหลากหลายรูปแบบ เพื่อความงามดั่งปรารถนาอย่างตรงจุด ไม่ว่าจะทำศัลยกรรมส่วนใดก็ตาม

สิ่งสำคัญคือ คุณจะต้องทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมนั้นๆ อย่างเข้าใจเสียก่อน ซึ่ง การทำศัลยกรรมดูดไขมัน ก็เช่นเดียวกัน

ข้อควรรู้! ก่อนทำศัลยกรรมดูดไขมัน มีอะไรบ้าง?

การทำศัลยกรรมดูดไขมัน อาจถือเป็นการ ลดน้ำหนักส่วนเกิน เฉพาะจุดซึ่งก็ถือว่าได้รับความนิยมอย่างมาก

ในสาวๆ ที่มีปัญหาไขมันส่วนเกิน เพราะถือเป็นอีกหนึ่งทางลัดที่ทำแล้วได้ผล ทำให้หุ่นดี กระชับขึ้น

แต่อย่างไรก็ตาม การสลายไขมันที่ดีที่สุดก็คือ การควบคุมอาหารและหมั่นออกกำลังกาย แต่หากสาวๆ คนไหนปฏิบัติแล้วไม่ได้ผล

ก็สามารถหันมาใช้ทางเลือกของ การทำศัลยกรรมดูดไขมัน แทนก็ได้ แต่ก่อนทำศัลยกรรมดูดไขมัน มีสิ่งใดบ้างที่คุณควรรู้ มาติดตามกันเลย

1.การดูดไขมัน เป็นการลดสัดส่วนเฉพาะจุดเท่านั้น

เชื่อว่าสาวๆ หลายคนอาจเข้าใจผิดกันว่า การดูดไขมันเป็น การลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน แต่แท้ที่จริงแล้ว

เป็นแค่การดูดเอาไขมันที่สะสมเป็นส่วนเกินตามสัดส่วนต่างๆ ของร่างกายออกไปเท่านั้น ถือเป็นการลดสัดส่วนเฉพาะจุดนั่นเอง

โดยมักดูดเอาไขมันออกในบริเวณหน้าท้อง ต้นขา น่อง เอว ต้นแขน และใต้คาง เป็นต้น

2.มั่นใจว่าลดไขมันส่วนเกินด้วยตัวเองเต็มที่แล้ว แต่ไม่สำเร็จ

ก่อนที่คุณจะตัดสินใจ ทำศัลยกรรมดูดไขมันส่วนเกินออก อยากให้ถามตัวเองให้แน่ใจก่อนค่ะว่า

ได้พยายามออกกำลังกายเพื่อลดไขมันส่วนเกินเหล่านั้นอย่างเต็มที่เพียงพอแล้วหรือยัง เพราะหากคุณได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว

แต่ไขมันส่วนเกินยังไม่ยอมลดลงจึงตัดสินใจจะดูดไขมันเพื่อเป็นทางออกสุดท้าย แบบนี้ก็เป็นอันว่าเหมาะสม

ไม่เช่นนั้นมันอาจจะทำให้คุณต้องมาคอยเสียเงินอย่างพร่ำเพรื่อโดยไม่จำเป็นอย่างน่าเสียดายนั่นเอง

3.ประเมินจากค่าดัชนีมวลกายที่เหมาะสม

สำหรับผู้ที่เหมาะสมกับการทำศัลยกรรมดูดไขมัน ร่างกายควรมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) น้อยกว่า 30

4.เลือกทำกับคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน

การทำศัลยกรรมทุกรูปแบบ เราจะต้องเลือกทำกับคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานเท่านั้น

อีกทั้งแพทย์จะต้องมีความเชี่ยวชาญด้านการทำศัลยกรรมเฉพาะด้านอย่างแท้จริง ไม่เพียงเท่านั้นนะคะ

คุณยังจำเป็นต้องพูดคุยปรึกษาแพทย์ก่อนทำ และศึกษาผลงานของแพทย์แต่ละท่านให้ดีเสียก่อน

จะได้หมดกังวลว่าทำออกมาแล้วจะมีผลลัพธ์ที่ไม่ดีตามมาให้ต้องตามแก้ไขจนวุ่นวายเกินไป

5.ควรเตรียมความพร้อมก่อนทำเป็นอย่างดี

การเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนเข้ารับการทำศัลยกรรมดูดไขมันนับเป็นสิ่งสำคัญ โดยจะต้องงดยาหรือสารต่างๆ

ที่อาจทำให้เกิดอาการผิดปกติทางร่างกาย และควรงดดื่มแอลกอฮอล์ด้วยจะดีที่สุด ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ

ในขณะที่แพทย์ซักประวัติคุณควรแจ้งแพทย์เรื่องโรคประจำตัว โรคติดต่อและประวัติการแพ้ยาด้วยว่ามีหรือไม่ เป็นอย่างไรบ้าง

เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความผิดพลาดหรือภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ในขณะทำศัลยกรรมตลอดจนถึงการจ่ายยา

6.ลดไขมันเฉพาะส่วนได้ แต่ไขมันส่วนอื่นก็เพิ่มมาแทนได้เช่นกัน

จริงอยู่ที่การทำศัลยกรรมดูดไขมันส่วนเกินออกมาอาจช่วยลดปริมาณไขมันในส่วนนั้นๆ ลงได้ หากแต่ไขมันในส่วนอื่นๆ ก็สามารถเพิ่มแทนได้เช่นเดียวกัน

ทั้งนี้เนื่องจากร่างกายคนเราจะสร้างและสะสมไขมันขึ้น เพื่อทดแทนไขมันในส่วนที่ขาดหายไปซึ่งถือเป็นกลไกของธรรมชาติ

ดังนั้น ภายหลังจากทำศัลยกรรมดูดไขมันแล้ว แนะนำให้คุณหมั่นควบคุมอาหารและออกกำลังกายอยู่เสมอจะดีที่สุด

เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายเก็บสะสมไขมันจนพอกพูนตามสัดส่วนต่างๆ เหมือนเดิม

7.ไขมันที่ดูดออกมาสามารถนำไปฉีดเสริมในส่วนอื่นๆ แทนได้

นับว่าเป็นประโยชน์ถึง 2 เท่าเลยก็ว่าได้ เพราะบนใบหน้าของเราก็สามารถเติมเต็มความสวยสมบูรณ์แบบเพิ่มขึ้น

ด้วยการทำศัลยกรรมฉีดไขมันเข้าไปได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้น ไขมันที่ดูดออกมาแล้วจึงสามารถนำไปฉีดเพื่อเพิ่มเติมส่วนอื่นๆ

อย่างเช่น แก้ม ริมฝีปาก คางหรือส่วนอื่นๆ ที่บกพร่อง ไม่สวยเต่งตึง ทั้งนี้เพราะไขมันที่ดูดออกมาก็เป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย

การนำไปฉีดเสริมในส่วนอื่นของร่างกายต่อจึงนับว่าไม่มีอันตรายใดๆ เพราะฉะนั้น สำหรับสาวๆ ที่ต้องการทำศัลยกรรมฉีดไขมัน

เข้าไปปดปิดส่วนที่บกพร่องในส่วนอื่นด้วย แนะนำให้ปรึกษาหรือแจ้งความจำนงกับแพทย์ก่อนทำ

เพื่อที่แพทย์จะได้จัดเตรียม ทำการศัลยกรรมฉีดไขมันเป็นลำดับต่อไปได้อย่างถูกต้องตามกระบวนการอันเหมาะสม

8.หลักการทำศัลยกรรมดูดไขมัน มีวิธีด้วยกันดังต่อไปนี้

8.1 ดูดไขมันด้วยการฉีดสารเข้าไปสลายไขมัน วิธีนี้เป็นการฉีดสารละลายไขมันที่มีส่วนผสมจากยาชาเข้าไปด้วย

เพื่อทำให้เซลล์ไขมันแตกตัว และถูกกำจัดออกมาผ่านระบบน้ำเหลืองในร่างกาย

นับเป็นวิธีการทำศัลยกรรมสลายไขมันที่ทำให้มีบาดแผลน้อยกว่าวิธีอื่น และผิวหนังที่ได้รับการสลายไขมันก็จะมีสภาพผิวที่เรียบเนียนขึ้น

หากแต่ต้องอาศัยระยะเวลาร่วมด้วยเช่นกัน เพราะสภาพร่างกายในแต่ละคนมีกระบวนการสลายไขมันช้า-เร็วแตกต่างกัน

8.2 ดูดไขมันออกด้วยการอัลตราซาวด์ เป็นวิธีการนำคลื่นเสียงที่มีระดับความถี่สูงมาใช้เพื่อการสลายไขมัน

โดยคลื่นดังกล่าวจะทำการส่งสัญญาณเสียงผ่านไปยังปลายท่อยาว เพื่อทำให้เซลล์ไขมันที่เกาะรวมตัวกันอย่างหนาแน่นเกิดการสลายตัว

จากนั้นแพทย์จึงจะดูดเอาไขมันออกมาในลำดับต่อไป

8.3 ดูดไขมันออกมาด้วยเลเซอร์ เป็นวิธีที่แพทย์จะใช้แสงเลเซอร์ยิงเข้าไปยังเซลล์ไขมัน

เพื่อให้แตกตัวจนกลายเป็นน้ำมัน จากนั้นแพทย์จึงดูดเอาไขมันที่สลายแล้วออกมา

9.ยอมรับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

การทำศัลยกรรมทุกรูปแบบมักมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นตามมาเสมอไม่มากก็น้อย สำหรับการทำศัลยกรรมดูดไขมันส่วนเกินก็เช่นเดียวกัน

ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมักจะมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นจากการใช้ยาชาหรือยาสลบ ในบางรายร่างกายอาจมีอาการบวมน้ำ มีรอยช้ำ

ซึ่งต้องใช้เวลาทีเดียวอาการถึงจะทุเลาบรรเทาขึ้น นอกจากนี้ บางรายก็อาจมีรูปร่างที่ผิดปกติโดยเฉพาะในบริเวณที่ดูดไขมัน

เช่น มีกล้ามเนื้อโป่งนูนโค้งแบบไม่สม่ำเสมอกัน หรือมีรอยเหี่ยวย่น เป็นต้น หลังจากทำศัลยกรรมดูดไขมันแล้ว

ใครที่พบผลข้างเคียงไม่ว่าจะแบบใดก็ตาม แนะนำให้รีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาและแก้ไขใหม่จะดีที่สุด

10.สภาพร่างกายจะเข้าที่ประมาณ 3-6 เดือน

นับจากทำศัลยกรรมดูดไขมันเสร็จสิ้นไปแล้ว ร่างกายจะเข้าที่โดยใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน แต่ทั้งนี้จะช้าหรือเร็วก็ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง

บวกกับความชำนาญของศัลยแพทย์ท่านนั้นๆ ร่วมด้วย โดยในระยะแรกที่พักฟื้น ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำจากแพทย์อย่างเคร่งครัด

และเมื่อแพทย์นัดก็ควรเข้ารับการตรวจให้ตรงตามนัดทุกครั้งเป็นดีที่สุด

ดูดไขมัน

Credit : smagliaturebianche.it

และนี่ก็คือ 10 ข้อควรรู้! ก่อนเข้ารับ การทำศัลยกรรมดูดไขมัน เพราะการดูดไขมันส่วนเกินออกจากร่างกาย

เป็นสิ่งหนึ่งที่สาวๆ ทุกคนทำกันเป็นอย่างมาก หากใครคิดว่าที่ผ่านมาออกกำลังกายและควบคุมอาหารแล้วแต่ไม่ได้ผลจริงๆ

จะหันมาดูดไขมันออกแบบนี้ก็ได้เช่นกัน รู้แบบนี้แล้วก็เดินหน้าปรึกษาแพทย์ และเตรียมค่าใช้จ่ายในการทำไว้อย่างเพียงพอได้เลยค่ะ

Mahosot.com ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน วิธีทําให้ผิวขาวใส การรักษาสิวจุดด่างดำ
Reset Password