สุขภาพ

รู้จัก “โรคตากุ้งยิง” โรคสุดฮิตที่หลายคนต้องทำความเข้าใจ

โรคตากุ้งยิง

ตากุ้งยิง เป็นโรคที่หลายคนคุ้นเคยกันดี ซึ่งหากมองย้อนไปในวัยเด็กเชื่อว่า หลายคนคงจะเคยโดนล้อเมื่อเป็นตากุ้งยิง

ว่าไปแอบดูผู้หญิงหรือผู้ชายอาบน้ำมา หรือแอบดูของลับของเพศตรงข้าม ส่งผลให้เวลาเป็นตากุ้งยิง

ก็จะทำให้รู้สึกอายจนไม่กล้าไปโรงเรียนเลยทีเดียว ว่าแต่ตามความเชื่อดังกล่าวนั้นเป็นความจริงหรือไม่

และ สาเหตุของตากุ้งยิง เกิดจากอะไรกันแน่ พร้อม วิธีดูแลรักษาตากุ้งยิง ต้องทำอย่างไรบ้าง ได้เวลามาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันแล้วค่ะ

ไขความเข้าใจเรื่องตากุ้งยิงอย่างถูกต้อง

ตากุ้งยิง เป็นโรคเกี่ยวกับการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการแอบดูของลับเพศตรงข้าม หรือการแอบดูคนอื่นอาบน้ำทั้งสิ้น

ซึ่งนั่นเป็นเพียงการล้อกันสนุกๆ และมีการนำมาพูดต่อกันจนเป็นความเคยชินเท่านั้น

นอกจากนี้ หลายคนก็มักจะสับสนกับการเป็นตากุ้งยิงและการเป็นฝีบริเวณเปลือกตา เพราะฉะนั้นเราจะมาทำความเข้าใจกันดังนี้เลยค่ะ

สาเหตุของการเป็นตากุ้งยิง

อย่างที่รู้กันดีว่า ตากุ้งยิงเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ซึ่งการจะติดเชื้อดังกล่าวได้ก็เนื่องมาจากสาเหตุดังต่อไปนี้

  • เกิดจากการอุดตันของต่อมบริเวณเปลือกตา จึงเป็นผลให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเอามือไปสัมผัสกับดวงตา
  • การใช้เครื่องสำอางบริเวณดวงตา และล้างทำความสะอาดออกไม่หมด จึงทำให้เกิดการหมักหมมจนติดเชื้อได้ในที่สุด
  • การขยี้ตาบ่อยๆ จึงทำให้เกิดการอักเสบและเนื่องจากมือไม่สะอาด จึงเป็นผลให้ดวงตาติดเชื้อแบคทีเรียได้
  • การใส่คอนแทคเลนส์โดยไม่ได้ล้างมือให้สะอาด ทำให้ดวงตาเกิดการติดเชื้อจากสิ่งสกปรกที่มือนั่นเอง

อาการของตากุ้งยิง

สำหรับอาการที่แสดงได้ว่าเป็นตากุ้งยิง สังเกตได้จากเปลือกตาที่บวมขึ้นและคลำเจอก้อนเล็กๆ บริเวณเปลือกตา

ซึ่งในบางคนอาจบวมมากจนปิดตาและมีหนองไหลออกมาเลยทีเดียว นอกจากนี้เมื่อกลอกตาไปมาหรือหลับตาก็จะมีอาการปวดที่รุนแรงขึ้นอีกด้วย

วิธีรักษาโรคตากุ้งยิง

สำหรับวิธีรักษาโรคตากุ้งยิงนั้นสามารถทำได้หลากหลายวิธีขึ้นอยู่กับความรุนแรงของตากุ้งยิง โดยมีแนวทางการรักษาดังนี้

1.รักษาด้วยการใช้ยา

เป็นวิธีรักษาที่ใช้กับอาการตากุ้งยิงในระยะเริ่มแรก โดยเป็นช่วงที่เปลือกตาเริ่มอักเสบแต่ยังไม่มีหนอง

ซึ่งแพทย์จะแนะนำให้ใช้ยาควบคู่ไปกับการประคบด้วยน้ำอุ่น เพื่อให้อาการอักเสบทุเลาลงและค่อยๆ หายเป็นปกติในที่สุด

แต่อย่างไรก็ตามการรักษาด้วยวิธีนี้ ต้องได้รับการตรวจตาและการสั่งจ่ายยาโดยแพทย์เท่านั้น ไม่ควรซื้อยาด้วยตัวเองเด็ดขาด

2.รักษาด้วยการผ่าตัด

การผ่าตัดจะใช้เมื่อตากุ้งยิงมีตุ่มหรือก้อนแข็งเป็นไตขึ้นมา ซึ่งจะทำการผ่าและขูดออกให้สะอาดที่สุด

เนื่องจากหากยังคงมีหนองเหลืออยู่ จะทำให้มีโอกาสเป็นซ้ำได้อีกนั่นเอง นอกจากนี้หลังจากผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว

ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีเพื่อไม่ให้เกิดอาการอักเสบหรือติดเชื้อใหม่อีกด้วย

การป้องกันไม่ให้เกิดตากุ้งยิง

ตากุ้งยิง แม้ว่าจะเป็นโรคที่ไม่มีอันตราย แต่เมื่อเป็นแล้วก็สร้างความเจ็บปวด และส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันไม่น้อยเลยทีเดียว

ดังนั้นจึงควรป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้ห่างไกลจากโรคตากุ้งยิงจะดีกว่า ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการล้างหน้า สระผมให้สะอาดอยู่เสมอ

รวมถึงควรล้างมือทุกครั้งก่อนสัมผัสบริเวณดวงตา เพื่อไม่ให้มีเชื้อโรคเข้ามาทำให้เปลือกตาเกิดการติดเชื้อได้นั่นเอง

นอกจากนี้ หากเริ่มมีอาการแปลกๆ ที่ส่อแววเหมือนจะเป็นตากุ้งยิง ก็ควรไปพบจักษุแพทย์โดยด่วน

วิธีดูแลตนเองเมื่อเป็นตากุ้งยิง

เมื่อเป็นตากุ้งยิง นอกจากการรักษาด้วยวิธีการต่างๆ แล้ว ก็ต้องรู้จักดูแลตนเองเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการอักเสบยิ่งกว่าเดิม

และช่วยให้หายเร็วขึ้น โดยสามารถดูแลตัวเองได้ด้วย 5 วิธีดังต่อไปนี้

1.ล้างมือบ่อยๆ

เพราะมือเป็นแหล่งเชื้อโรคที่อาจจะนำพาเชื้อแบคทีเรียมากระตุ้นให้อาการตากุ้งยิงรุนแรงกว่าเดิมได้

ดังนั้นจึงควรล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้มือสัมผัสกับใบหน้าและผิวบริเวณรอบดวงตา

แต่หากไม่จำเป็นก็ไม่ควรใช้มือสัมผัสใบหน้าเลยจะดีกว่า

2.อย่าบีบหนองด้วยตัวเอง

หลายคนมักจะมีอาการคันไม้คันมือ อยากจะบีบหนองที่ดวงตาให้ออกหมดๆ ไป แต่นั่นถือเป็นข้อห้ามเลยทีเดียว

เพราะแทนที่จะหายจากอาการตากุ้งยิง กลับกลายเป็นการทำร้ายดวงตาให้อักเสบยิ่งกว่าเดิม ซึ่งหากต้องการเอาหนองออกควรไปพบแพทย์จะดีที่สุด

3.ประคบด้วยน้ำอุ่น

การประคบด้วยน้ำอุ่นจะช่วยบรรเทาอาการปวดและลดการอุดตันของเปลือกตา จึงทำให้อาการตากุ้งยิงหายเป็นปกติเร็วขึ้น

ดังนั้นจึงควรประคบด้วยน้ำอุ่นอยู่เสมอ โดยให้ใช้ผ้าสะอาดชุบกับน้ำอุ่น จากนั้นนำมาประคบบริเวณตากุ้งยิงครั้งละ 15-20 นาที

ทำเป็นประจำวันละ 3-4 ครั้ง จะสังเกตได้ว่าอาการบวมลดลงอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว

4.งดใส่คอนแทคเลนส์

ในขณะที่เป็นตากุ้งยิง จะมีโอกาสติดเชื้อและเกิดอาการอักเสบได้ง่ายที่สุด ดังนั้นจึงควรงดการใส่คอนแทคเลนส์ไปก่อน

และหลังจากหายดีแล้ว ก็ให้ชะลอการใส่คอนแทคเลนส์ไปอีกประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดการอักเสบจนเป็นตากุ้งยิงซ้ำอีกนั่นเอง

5.เลี่ยงการแต่งหน้า

การแต่งหน้าอาจเป็นสิ่งที่สาวๆ มักจะขาดไม่ได้ แต่ช่วงที่กำลังเป็นตากุ้งยิง ก็คงต้องเลี่ยงการแต่งหน้าไปก่อน

โดยเฉพาะการใช้เครื่องสำอางบริเวณรอบดวงตา เพราะนั่นจะทำให้เกิดการอักเสบ

เนื่องจากการหมักหมมของเครื่องสำอางและการสัมผัสกับสารเคมีที่อยู่ในเครื่องสำอางนั่นเอง

Credit : onmed.gr

ไม่อยากเป็น ตากุ้งยิง ก็ควรดูแลรักษาความสะอาดของใบหน้า ผิวรอบดวงตาและมืออยู่เสมอ

รวมถึงหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีฝุ่นควันเยอะๆ เพราะอาจมีเชื้อโรคและเชื้อแบคทีเรียปะปนที่จะทำให้เป็นตากุ้งยิง

หรือตาอักเสบได้นั่นเอง แต่อย่างไรก็ตาม  เมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับดวงตาก็ไม่ควรชะล่าใจ

เพราะนอกจากตากุ้งยิงแล้วก็ยังมีโรคอื่นๆ เกี่ยวกับดวงตาที่ต้องระวังอีกด้วย

Mahosot.com ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน วิธีทําให้ผิวขาวใส การรักษาสิวจุดด่างดำ
Reset Password