สุขภาพ

พังผืดมดลูกเป็นอย่างไร สาเหตุ อาการ และวิธีรักษาทำได้อย่างไรบ้าง?

มดลูก เป็นอวัยวะที่มีความสำคัญอย่างมากสำหรับผู้หญิง เพราะเป็นอวัยวะที่ใช้ในการสืบพันธุ์ หากไม่มีมดลูก

ผู้หญิงเราก็ย่อมไม่สามารถให้กำเนิดบุตรได้ แต่ขณะเดียวกัน มดลูกก็มาพร้อมปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาด้านโรค

หรืออาการที่เกิดขึ้นกับมดลูก ไม่ว่าจะเป็นมะเร็ง เนื้องอก เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ พังผืดมดลูก ฯลฯ วันนี้เราจะพูดถึงพังผืดมดลูก

มาดูกันนะคะว่า พังผืดมดลูกคืออะไร สาเหตุ อาการและวิธีรักษาทำได้อย่างไรบ้าง บทความนี้เราคัดสรรคำตอบมาฝากสาวๆ แล้วค่ะ

มดลูก คืออะไร?

มดลูก (Uterus) เป็นอวัยวะสืบพันธุ์ในผู้หญิงที่มีไว้สำหรับการตั้งครรภ์ สามารถขยายตัวได้มากตามความเจริญเติบโตของทารกในครรภ์

และจะหดตัวกลับคืนสู่สภาพปกติภายหลังจากการคลอดแล้ว มดลูกมีลักษณะคล้ายกับลูกฝรั่งของไทยหรือลูกแพร์ของฝรั่ง

มีขนาดโดยปกติยาวประมาณ 3 นิ้ว เป็นอวัยวะของระบบสืบพันธุ์เพศหญิงที่อยู่ในอุ้มเชิงกราน มีส่วนประกอบด้วยส่วนต่างๆ 3 ส่วนคือ

1.ตัวมดลูก : เป็นบริเวณส่วนใหญ่และเป็นที่สำหรับให้ทารกเจริญเติบโต ภายในตัวมดลูกก่อนที่จะมีการตั้งครรภ์หรือการตกไข่

ผนังมดลูกจะขยายตัวเพื่อเตรียมที่จะรับไข่ที่ผสมแล้ว แต่หากไข่ไม่ได้รับการผสมจากเชื้ออสุจิ ผนังมดลูกจะค่อยๆ เสื่อมลง

และมีการบีบตัวเพื่อขับสิ่งต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาทิ้งไปพร้อมทั้งมีการตกเลือดที่เรียกว่า ประจำเดือน ซึ่งการมีประจำเดือน

เป็นการทำความสะอาดภายในมดลูก ความสกปรกต่างๆ ทั้งหลายจะถูกชะออกมา แต่หากไม่รักษาความสะอาดให้ดีก็อาจจะเกิดการอักเสบติดเชื้อได้ง่าย

2.ปากมดลูก : เป็นส่วนปลายแคบๆ และสั้น อยู่ทางด้านล่างติดต่อกับช่องคลอด เป็นที่สำหรับให้เชื้ออสุจิผ่านเข้าสู่มดลูก

หากปากมดลูกเกิดผิดปกติ จะส่งผลให้เชื้ออสุจิไม่สามารถผ่านเข้าไปผสมกับไข่ได้(ภาวะมีบุตรยาก)

3.ปีกมดลูก : เป็นส่วนบน มีลักษณะเป็นท่อแคบๆ และยาว อยู่ข้างละอันคล้ายกับเขาควาย ตรงปลายเปิดเป็นช่องบานออก

เหมือนกับปากแตรสำหรับรับไข่จากรังไข่ และเป็นทางผ่านของไข่ไปสู่ตัวมดลูก

มดลูกเป็นอวัยวะสำคัญ ทำหน้าที่เกี่ยวกับการสืบพันธุ์หรือดำรงเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ ซึ่งหากสูญเสียมดลูก

จะยังคงมีฮอร์โมนเพศหญิงตามปกติ แต่ร่างกายจะไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก หรือหากเป็นพังพืดมดลูก ก็อาจทำให้มีบุตรได้ยาก

พังผืด คืออะไร? 

พังผืดคือ เนื้อเยื่อชนิดหนึ่งที่ส่งผลทำให้อวัยวะต่างๆ จากเดิมที่ควรอยู่ห่างหรือแยกจากกัน กลับขยับยึดเข้ามาติดกัน

โดยพังผืดจะเปรียบเสมือนกาวที่ยึดอวัยวะให้ติดกันนั่นเอง และเมื่อร่างกายเกิดการบาดเจ็บ อักเสบ หรือเกิดการระคายเคือง

ธรรมชาติของร่างกายจะมีกลไกซึ่งคอยทำหน้าที่ในการปกป้องและซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอด้วยตัวเอง

โดยจะสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมา และเนื้อเยื่อที่สร้างขึ้นมานั้นก็จะมีลักษณะที่เป็นเส้นใยเหนียวๆ

โดยคอยเหนี่ยวรั้งอวัยวะต่างๆ ให้ชิดติดกัน เนื้อเยื่อที่สร้างขึ้นใหม่ซึ่งยึดติดกันลักษณะนี้ จึงเรียกกันว่า “พังผืด” นั่นเอง

พังผืดมดลูก มีลักษณะเป็นอย่างไร?

โดยปกติโพรงมดลูกจะเป็นโพรงที่ปิด (Potential space) โดยจะมีการขยายตัวเปิดออกเมื่อตั้งครรภ์ ซึ่งมดลูกมีการยืดขยายมาก

(ประมาณ 11 เท่าของก่อนตั้งครรภ์) และจะลดขนาดลงในทันทีที่เด็กและรกคลอดออกมา และการมีก้อนเนื้อมาอยู่ในโพรงมดลูก

เช่น เนื้องอกมดลูก หรือมีเลือดคั่ง/เลือดตกค้างในโพรงมดลูก อย่างเช่น เลือดประจำเดือน ซึ่งการใช้ผ้าอนามัยเพื่อป้องกันเวลามีประจำเดือนเป็นสิ่งที่ดี

แต่ควรรีบเปลี่ยนและทำความสะอาดทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานๆ ซึ่งควรเปลี่ยนทุก 3-4 ชั่วโมง หรือหากประจำเดือนมามากเป็นพิเศษ

ก็อาจต้องเปลี่ยนเร็วขึ้น หรือเปลี่ยนทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำ เนื่องจากประจำเดือนที่ตกผ่านมาตามช่องคลอด

จะถูกผ้าอนามัยกั้นเอาไว้ ส่งผลให้ประจำเดือนไหลย้อนกลับไปทางปีกมดลูกเข้าสู่ช่องท้อง ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ร่างกาย

สร้างเส้นใยมาคลุมอยู่ภายนอก ทำให้มดลูกถูกพอกด้วยเส้นใยเหล่านี้และหนาตัวขึ้นเรียกว่า ไฟบรอยด์ (Fibroid) หรือก้อนเนื้อ

ส่งผลให้มดลูกขยายตัวไม่ได้ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดเนื้องอกหรือมะเร็งได้ง่าย แต่หากไม่มีสิ่งเหล่านี้เยื่อบุโพรงมดลูกจะแฟบเข้าหากัน

ในกรณีที่มีพังผืด หรือมีภาวะพังผืดในโพรงมดลูก (Uterine synechiae) จะทำให้โพรงมดลูก 2 ด้านมายึดติดกัน

โพรงมดลูกจะขยายตัวไม่ได้ หรือขยายตัวได้ไม่ดี ส่งผลต่อการมีประจำเดือนและการตั้งครรภ์

ซึ่งภาวะพังผืดในโพรงมดลูกสามารถเรียกได้หลายชื่อคือ Uterine synechiae หรือ Asherman syndrome หรือ Intrauterine adhesions

สาเหตุของการเกิดพังผืดในโพรงมดลูก

การขูดโพรงมดลูก หรือการขูดมดลูก

ภาวะพังผืดในโพรงมดลูก มักเกิดขึ้นจากการขูดมดลูกหลังคลอดบุตร เนื่องจากมีเศษรกค้างหลังคลอด

หรือการขูดเพื่อรักษาการแท้งไม่ครบ (Incomplete abortion) หรือการชักนำให้แท้งเมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ (Induced abortion)

หรือเพื่อช่วยวินิจฉัยในกรณีที่มีเลือกออกผิดปกติจากโพรงมดลูก ซึ่งหากมีการขูดมดลูกอย่างรุนแรง หรือขูดลึกมากเกินไป

จนไปทำลายเยื่อบุโพรงมดลูกชั้นที่อยู่ลึก (Basal layer) หรือขูดลึกเข้าไปจนถึงชั้นกล้ามเนื้อมดลูก (Myometrium)

จนทำให้มดลูกไม่สามารถสร้างเสริมเยื่อบุโพรงมดลูกชั้น Functional layer ที่หลุดลอกออกเป็นเลือดประจำเดือนในแต่ละรอบเดือนขึ้นมาทดแทน

แต่จะเกิดเป็นพังผืดในโพรงมดลูกจากกลไกการซ่อมแซมเยื่อบุโพรงมดลูก/ผนังมดลูกบริเวณที่เกิดเป็นบาดแผลจนเกิดเป็นพังผืดขึ้นมาแทน

ซึ่งอาจส่งผลให้ประจำเดือนขาด หรือมีอาการปวดมากขณะมีประจำเดือน เกิดภาวะมีบุตรยาก

หรืออาจเกิดการแท้งบุตรขึ้นในอนาคต และยิ่งหากได้รับการขูดมดลูกหลายครั้ง ก็มีโอกาสมากขึ้นที่จะเกิดภาวะพังผืดในโพรงมดลูก

การติดเชื้อในโพรงมดลูก

เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกอักเสบ เป็นภาวะที่มีการอักเสบติดเชื้อที่มักเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียในเยื่อบุโพรงมดลูก

ซึ่งโดยส่วนมากเป็นการติดเชื้อโรคที่อยู่ในช่องคลอดหรือที่ปากมดลูกที่ลุกลามขึ้นไปในโพรงมดลูก

การติดเชื้อในอุ้มเชิงกราน/อุ้มเชิงกรานอักเสบ คือการอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อที่อวัยวะสืบพันธุ์ผู้หญิงส่วนบน

คือตั้งแต่ภายในโพรงมดลูก ท่อนำไข่ รังไข่ และการติดเชื้อวัณโรคในเยื่อบุโพรงมดลูก

อาการของภาวะพังผืดในโพรงมดลูก

ในผู้ป่วยแต่ละรายจะมีอาการและความรุนแรงแตกต่างกัน โดยผู้ป่วยบางรายอาจมีพังผืดเพียงเล็กน้อย

และบางรายอาจมีพังผืดมากจนปิดโพรงมดลูก ซึ่งอาการที่พบได้หากมีภาวะพังผืดในโพรงมดลูก

อาการปวดประจำเดือน : หากมีพังผืดมากจนเกิดการอุดตันของช่องทางไหลออกของประจำเดือน

หรือทำให้ประจำเดือนไหลไม่สะดวก แต่หากพังผืดอุดตันโพรงมดลูก จะทำให้ไม่มีประจำเดือน และไม่มีอาการปวดท้อง

แต่หากพบว่าอาการปวดประจำเดือนเป็นมาก จนถึงกับไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ อาจเป็นได้ว่ามีเนื้องอกในมดลูก

ประจำเดือนออกน้อย หรือออกกะปริดกะปรอย (เลือดออกน้อย เป็นๆ หายๆ) : หากยังพอมีเยื่อบุโพรงมดลูก (เนื้อเยื่อชั้นในสุดของผนังมดลูก

เป็นเนื้อเยื่อเมือกที่บุด้านในโดยรอบโพรงมดลูก) หลงเหลืออยู่ที่พอจะทำงานได้ และ/หรือยังเหลือช่องทางออกของประจำเดือนได้บ้าง

ทำให้มีบุตรยาก และทำให้เกิดการแท้งซ้ำซาก/การแทงซ้ำ (Recurrent miscarriage) : หากมีพังผืดเกิดขึ้น จะส่งผลให้รกเกาะตัวที่โพรงมดลูกได้ไม่ดี

วิธีรักษาภาวะพังผืดในโพรงมดลูก

ในการรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะพังผืดในโพรงมดลูกที่ต้องการมีบุตรหรือมีอาการปวดประจำเดือนมาก

แพทย์จะพิจารณาทำการรักษาโดยใช้กล้องส่องตรวจโพรงมดลูก (Hysteroscopic resection) เพื่อทำการผ่าตัดพังผืดมดลูก

หลังจากนั้นแพทย์จะให้ผู้ป่วยรับประทานยาฮอร์โมนเพศ เพื่อกระตุ้นการทำงานของเยื่อบุโพรงมดลูก

โดยบางครั้งอาจใส่ห่วงยางอนามัย หรือใส่กระเปาะสายสวนปัสสาวะค้างไว้ในโพรงมดลูกเป็นระยะเวลา 3 เดือน

หลังทำการผ่าตัด เพื่อช่วยในการขยายโพรงมดลูก หรือบางครั้งอาจมีการใส่สารหรือแผ่นฟิล์ม

ไปเคลือบในโพรงมดลูกหลังผ่าตัด เพื่อป้องกันการกลับมายึดติดกัน และ/หรือเกิดพังผืดของผนังโพรงมดลูกอีก

Credit : bangkokhospital.com

พังผืดมดลูก เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ย่อมนำปัญหาต่างๆ มาสู่ร่างกาย โดยหลักๆ จะส่งผลทำให้เกิดการแท้งบุตรซ้ำซาก และทำให้มีบุตรยาก

ดังนั้น เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเสี่ยงเกิดภาวะพังผืดในโพรงมดลูก ควรหลีกเลี่ยงการขูดมดลูก แต่หากจำเป็นต้องทำการขูดมดลูก

ต้องไม่ขูดมดลูกจนลึกเกินไป และหลีกเลี่ยงภาวะที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในโพรงมดลูกและเยื่อบุโพรงมดลูกอักเสบ

เช่น จากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แม้จะไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่ก็ช่วยลดโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นพังผืดมดลูกได้เป็นอย่างดี

Mahosot.com ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน วิธีทําให้ผิวขาวใส การรักษาสิวจุดด่างดำ
Reset Password