สุขภาพ

อย่ามองข้าม “โรคม่านตาอักเสบ” ภัยเงียบของดวงตาที่อาจทำตาบอดได้ !

โรคม่านตาอักเสบ

โรคม่านตาอักเสบ เป็นโรคที่อาจทำให้คนสับสนกับโรคดวงตาประเภทอื่นๆ เนื่องจากอาการโดยทั่วไปนั้นจะไม่ต่างกันมากนักคือ

เรื่องของการระคายเคืองและอาการปวดเจ็บที่ดวงตา เพียงแต่อาจจะมีอาการที่รุนแรงมากกว่า และเป็นอันตรายต่อดวงตามากกว่า

อย่างไรก็ตาม โรคนี้ยังสามารถพบได้น้อยมาก โดยเฉลี่ยแล้วแค่ปีละประมาณ 350,000 คน (เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น)

แต่ในอนาคตได้มีการพยากรณ์ว่า โรคจะมีความรุนแรงมากขึ้น และมีโอกาสที่จะระบาดมากกว่าเดิมถึง 3 เท่า

วันนี้เราไปทำความรู้จักกันดีกว่านะคะว่า โรคม่านตาอักเสบ คืออะไร สาเหตุ อาการและวิธีรักษาทำได้อย่างไรบ้าง?

โรคม่านตาอักเสบ คืออะไร?

โรคม่านตาอักเสบ (Iritis) เป็นภาวะที่เนื้อเยื่อส่วนกลางภายในลูกตาเกิดการอักเสบ ซึ่งเนื้อเยื่อในบริเวณนี้

เรียกได้ว่าเป็นจุดรวมของเส้นประสาทและหลอดเลือดมากมาย เมื่อเกิดการอักเสบขึ้น ก็จะทำให้มีผลต่อการทำงานของตา

โดยเฉพาะในเรื่องของการมองเห็นเป็นอย่างมาก ถ้าหากไม่รับไปพบแพทย์ หรือทำการรักษาไม่ถูกวิธี การอักเสบก็จะรุนแรงมากยิ่งขึ้น

จนส่งผลให้ตาบอดได้ในที่สุด และยังมีโอกาสที่จะเกิดการแทรกซ้อน อย่างเช่นการติดเชื้อในกระแสเลือดจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตได้

สาเหตุของโรคม่านตาอักเสบ

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า บริเวณม่านตา หรือเนื้อเยื่อส่วนกลางภายในลูกตา เป็นจุดรวมของเส้นประสาทและหลอดเลือดจำนวนมาก

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้มีปัจจัยต่าง ๆ มากมายที่ทำให้เกิดการอักเสบได้ โดยเฉพาะเชื้อที่มากับกระแสเลือด และนี่คือสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดโรคม่านตาอักเสบ

  • การติดเชื้อภายนอกลูกตา แต่ติดต่อมายังภายในม่านตา เช่น กระจกตาอักเสบ หรือโรคตาแดง เป็นต้น
  • เกิดจากการได้รับเชื้อไวรัส แบคทีเรียหรือพยาธิบางชนิด เช่น โรคสมองอักเสบ ไซนัสอักเสบ วัณโรค ซิฟิลิส งูสวัด หัดเยอรมัน และโรคมะเร็ง เป็นต้น โดยเกิดจากโรคออโต้อิมมูน หรือการแพ้ภูมิตัวเอง เช่น โรค SLE โรคสะเก็ดเงิน หรือโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
  • การกระทบกระเทือนของดวงตาที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ
  • การสูบบุหรี่เป็นเวลานาน

อาการของโรคม่านตาอักเสบ

สำหรับอาการของโรคม่านตาอักเสบ มีดังต่อไปนี้

1.มีอาการปวดตา ตาแดง ตาสู้แสงไม่ได้ ตามัว น้ำตาไหลเอง เคืองและคันตา โดยจะเกิดขึ้นกับดวงตาเพียงข้างใดข้างหนึ่ง

ที่เกิดการอักเสบ และอาจจะเกิดขึ้นแบบเฉียบพลันได้ จะเป็น ๆ หาย ๆ สร้างความรำคาญให้กับผู้ป่วยพอสมควร

2.เมื่อออกไปอยู่กลางแจ้ง อาจพบอาการปวดตาอย่างหนัก จนทำให้เกิดการวิงเวียนศีรษะ

3.มีเลือดออกภายในดวงตาจนสามารถสังเกตเห็นได้ ซึ่งเกิดจากการที่เส้นเลือดงอกขึ้นใหม่ภายในดวงตา

4.หากปล่อยทิ้งไว้นาน  อาจทำให้เกิดภาวะต้อกระจกขึ้น ในบางรายอาจถึงขั้นเป็นต้อหินที่ทำให้เกิดภาวะตาบอด

การวินิจฉัยโรค

เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นกับดวงตา แพทย์อาจจะทำการซักประวัติของผู้ป่วยก่อน เพื่อหาความเป็นไปได้ว่าจะเป็นโรคม่านตาอักเสบหรือไม่

จากนั้นก็อาจจะมีการตรวจดวงตาเพิ่มเติม รวมไปถึงการตรวจเลือดและเอ็กซเรย์ภายในดวงตา หากพบว่าตาขาวมีสีแดงเรื่อ ๆ

ตาดำมีความขุ่น และรูม่านตาขอบไม่เรียบ หรือมีขนาดเล็กลงกว่าเดิม แพทย์ก็อาจจะวินิจฉัยว่าเป็นโรคม่านตาอักเสบ

วิธีรักษาโรคม่านตาอักเสบ

การรักษาโรคนี้ ต้องรักษาโดยจักษุแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะถ้าหากรักษาไม่ถูกต้องตามอาการ

ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้ตาบอดได้สูง โดยแพทย์อาจจะทำการรักษาด้วยการให้ยาหยอดตาประเภทขยายรูม่านตา

ที่จะทำให้ปวดตาน้อยลงกว่าเดิม หรืออาจจะรักษาด้วยยาหยอดตาแบบสเตียรอยด์เพื่อลดการอักเสบภายในดวงตา

แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรง ในกรณีที่ยาหยอดตาไม่สามารถรักษาได้อย่างเห็นผล แพทย์อาจจะให้ทำการฉีดยา

และทานยาปฏิชีวนะร่วมด้วย ถ้าหากว่าอาการอักเสบของม่านตา เกิดขึ้นจากการติดเชื้อโรคอื่น ๆ

แพทย์ก็จะต้องทำการรักษาโรคนั้น ๆ ควบคู่กันไปเพื่อไม่ให้กลับมาเกิดขึ้นอีก สำหรับการรักษาโรคม่านตาอักเสบ

อาจจะต้องใช้เวลาตั้งแต่ 7-30 วันขึ้นไป ขึ้นอยู่กับอาการและการดูแลตัวเองของคนไข้เมื่อกลับไปบ้าน

วิธีป้องกันโรคม่านตาอักเสบ

สำหรับวิธีป้องกันโรคม่านตาอักเสบ สามารถทำได้โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดโรค ซึ่งก็คือ การติดเชื้อต่าง ๆ

โดยเริ่มจากการสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายของตัวเองให้แข็งแรงด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ทุกวัน

และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ถ้าหากพบความผิดปกติเกี่ยวกับดวงตา ก็ควรไปพบจักษุแพทย์ในทันที อย่าซื้อยามาหยอดตาเอง

Credit : bagiraclub.ru

โรคม่านตาอักเสบ เป็นโรคเกี่ยวกับดวงตาที่มีความรุนแรงพอสมควร เพราะอาจส่งผลให้ถึงขั้นตาบอดได้

ผู้ที่พบว่าตัวเองเป็นโรคนี้ ควรรักษาตัวตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อที่จะรักษาดวงตาไว้ให้อยู่กับคุณไปนาน ๆ

แต่สำหรับผู้ที่ไม่ได้ป่วยด้วยโรคนี้ ก็ควรใส่ใจศึกษาข้อมูลของโรคไว้ เพราะหากพบความผิดปกติเกี่ยวกับดวงตา

จะได้ไม่ชะล่าใจ จะได้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและทำการรับมือรักษาได้อย่างตรงจุดต่อไป



แสดงความคิดเห็น ติชม ข้างล่างนี้เลย

comments

Mahosot.com ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน วิธีทําให้ผิวขาวใส การรักษาสิวจุดด่างดำ
Reset Password