สุขภาพ

ช่องคลอดอักเสบ อาการป่วยยอดฮิตที่สาวๆ ไม่ควรละเลย !

ช่องคลอดอักเสบ

ช่องคลอดอักเสบ (Vaginitis) จะหมายถึง การอักเสบที่เกี่ยวเนื่องกับอวัยวะสืบพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของช่องคลอด แคมเล็ก แคมใหญ่

หรือส่วนอื่นๆ มีต้นตอหลักๆ มาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และโปรโตรซัว เช่น Candida, Bacterial vaginosis, Trichomoniasis vaginitis, Viral vaginitis, Chlamydia vaginitis และ Trichomoniasis vaginitis เป็นต้น

มีโอกาสพบอาการเจ็บป่วยเช่นนี้ได้บ่อย ในผู้หญิง 3 คนจะพบอย่างน้อยเฉลี่ย 1 คน

อาการหลักที่พบคือภาวะตกขาว ซึ่งกลายเป็นความเข้าใจผิดที่ทำให้สาวๆ เชื่อว่ามาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อราในช่องคลอดเท่านั้น

สังเกตได้ว่าการตกขาวจะเป็นสีแปลกไปจากเดิม เช่น สีเหลือง สีเขียว หรือสีเขียวปนเหลือง เป็นต้น ร่วมกับอาการคัน แสบขัดขณะปัสสาวะ

นอกจากนี้เรายังสามารถพบการอักเสบได้จากเชื้อรา เชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรีย

ซึ่งอาจจะมาจากการที่ระบบป้องกันภายในช่องคลอดเสียสมดุลจากการใช้สารเคมีทำความสะอาด เช่น สบู่ น้ำหอม ครีม เป็นต้น

สาเหตุที่ทำให้เกิดช่องคลอดอักเสบ

ปัจจัยที่ทำให้เกิดช่องคลอดอักเสบ พบได้จากหลายสาเหตุที่สามารถแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ด้วยกัน ดังนี้

1.ช่องคลอดอักเสบจากเชื้อราทริโคโมแนส

เป็นเชื้อราในกลุ่มโปรโตซัว ซึ่งเป็นสัตว์เซลล์เดียว หรือที่รู้จักกันในชื่อว่าทริโคโมแนส วาจินาลิส (Trichomonas vaginalis)

เป็นลักษณะของพยาธิขนาดเล็ก สามารถติดต่อกันได้ผ่านทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งจัดว่าเป็นโรคติดต่อกามโรคชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อย

2.ช่องคลอดอักเสบจากเชื้อรา

เชื้อราที่พบจะเป็นชนิด แคนดิดา อัลบิแคนส์ (Candida albicans) เป็นชนิดที่พบได้บริเวณลิ้น

เป็นสาเหตุทำให้ลิ้นเป็นฝ้าสีขาว เชื้อราชนิดนี้พบได้มากในช่องคลอดผู้หญิง

แต่ส่วนใหญ่จะไม่แสดงอาการออกมาให้เห็น เนื่องจากเป็นเชื้อราที่ไม่ส่งผลอันตราย

แต่จะทำหน้าที่คอยสร้างความเป็นกรด ลดการเจริญเติบโตของเชื้อราไม่ดีชนิดอื่น

แต่หากเกิดภาวะเสียสมดุลภายในช่องคลอด จากตัวกระตุ้นหลายๆ อย่าง เช่น การกินยาปฏิชีวนะ

การใช้สารเคมีทำความสะอาดช่องคลอดด้านในด้วยวิธีสวนล้าง การกินยาคุมกำเนิด

หรือแม้กระทั่งการตั้งครรภ์ จะทำให้เชื้อราชนิดนี้ถูกทำลาย และเกิดภาวะอักเสบตามมาในที่สุด

อาการที่เกิดจากช่องคลอดอักเสบ

1.กรณีที่ช่องคลอดเกิดการอักเสบจากเชื้อรา จะมีอาการคันร่วมกับภาวะตกขาวที่มีลักษณะข้นขาวเหมือนกับแป้งเปียก

อาจจะรู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือแสบขัดหรือปวดแสบปวดร้อนตอนปัสสาวะ

บางรายอาจสังเกตเห็นเป็นผื่นแดงรอบๆ ปากช่องคลอดด้านนอก และอาจลุกลามไปจนเห็นได้ชัดที่บริเวณขาหนีบด้วย

2.ช่องคลอดอักเสบจากเชื้อทริโคโมแนส จะมีอาการคันอย่างรุนแรงที่บริเวณภายนอกและภายในช่องคลอด

มีอาการปวดแสบปวดร้อนขณะปัสสาวะ อาการขัดเบา ตกขาวมีสีเหลืองปนเขียวเป็นฟอง

มีกลิ่นเหม็นรุนแรง และมีปริมาณออกมาเป็นจำนวนมาก

การรักษาภาวะช่องคลอดอักเสบ

1.การรักษากรณีที่เกิดขึ้นจากเชื้อแบคทีเรีย แพทย์จะมีการให้ยา clindamycin

หรือ metronidazole ในเบื้องต้น มีทั้งชนิดเม็ด เจล และครีม พร้อมติดตามการรักษา

2.การรักษากรณีที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อรา จะมีการให้ยาเหน็บช่องคลอด

เช่น tioconazole และ clotrimazole เป็นต้น โดยการรักษาอาจจะให้ยาฆ่าเชื้อราชนิดกินร่วมด้วย

3.การรักษาในกรณีที่ช่องคลอดอักเสบไม่ได้มาจากการติดเชื้อ แต่มาจากการระคายเคือง

แพทย์จะหาสาเหตุที่เป็นต้นตอและทำการหลีกเลี่ยงสาเหตุดังกล่าว

4.กรณีที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้ออื่นๆ ก็จะให้ยาฆ่าเชื้อที่ตรงตามกับอาการ

แต่หากมีภาวะแทรกซ้อนอื่นร่วมด้วย ก็จะให้ยาบรรเทา พร้อมเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิดจนกว่าจะหายเป็นปกติ

มดลูกอักเสบ ปากมดลูกอักเสบ
Photo Credit : wavelengthwellness.com

อาการช่องคลอดอักเสบ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นภาวะที่ไม่ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อชีวิต

และสามารถรักษาให้หายเป็นปกติได้ ทว่าสาวๆ ก็ต้องระวังภาวะแทรกซ้อนที่สามารถเกิดขึ้น

โดยเฉพาะในกลุ่มที่เป็นหญิงตั้งครรภ์ ที่อาจจะทำให้เชื้อโรคไปส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเด็กทารกได้นั่นเองค่ะ


แสดงความคิดเห็น ติชม ข้างล่างนี้เลย

comments

Mahosot.com ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน วิธีทําให้ผิวขาวใส การรักษาสิวจุดด่างดำ