สุขภาพ

อาการเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง

ภาวะ stroke

โรคหลอดเลือดสมอง (อังกฤษ: stroke) หรือจะเรียกได้ว่าเป็นโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นภาวะหยุดการทำงานของสมองแบบเฉียบพลัน

ความน่ากลัวของมันคือการที่พบได้บ่อยเป็นอันดับสามรองจากโรคร้ายอย่างหัวใจและมะเร็ง

พบมากในกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางระบบประสาท

มีภาวะอุดตันของหลอดเลือด ไขมันในเลือดสูง การตีบของหลอดเลือดสมอง

ซึ่งมีต้นตอมาจากการที่หลอดเลือดอุดตัน ถูกรบกวน ทำให้ไม่มีเลือดไปเลี้ยงสมอง

ภาวะขาดเลือดนี้เป็นได้ทั้งเฉพาะส่วนของสมองที่เกิดขึ้นเอง หรือมีสาเหตุมาจากการตกเลือด

หรือมีสิ่งอุดตันในหลอดเลือด สมองส่วนนั้นจะเกิดการอุดตัน ผู้ที่เผชิญกับโรคนี้จะเสี่ยงต่อการเป็นอัมพาต

พูดไม่ได้ สื่อสารไม่เข้าใจ ตาบอด หากได้รับการรักษาแบบไม่ทันการอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

สาเหตุของการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง

สำหรับสาเหตุของการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ในที่นี่จะเป็นได้ทั้งหลอดเลือดสมอง แตก ตีบ หรือตัน ก็ได้ทั้งสิ้น

ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน ทำให้ผู้ป่วยไม่ทันได้ตั้งตัว โดยเหตุที่พบได้มาจากการที่ไขมันหรือลิ่มเลือดเข้าไปอุดตันบริเวณเส้นเลือดที่ทำหน้าที่ส่งเลือดไปเลี้ยงสมอง

ส่งผลให้เซลล์สมองขาดออกซิเจน จนถูกทำลาย หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

เสี่ยงที่ผู้ป่วยจะเกิดภาวะทุพพลภาพ เป็นอัมพฤกษ์ หรืออัมพาตได้ ซึ่งหากรุนแรงกว่านั้น

อาจทำให้เส้นเลือดสมองแตกจนเสียชีวิตในที่สุด

สำหรับสาเหตุที่มาจากปัจจัยในการใช้ชีวิต คือความเครียดประจำวัน การดื่มสุรา สูบบุหรี่

พบได้มากในกลุ่มผู้สูงอายุ ที่มีโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูงติดต่อกันมานาน แต่ไม่ได้รับการรักษา

ไปจนถึงผู้ที่มีปัญหาหลอดเลือดสมองผิดปกติ ทำงานบกพร่องจนทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ไม่เพียงพอ

สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

สำหรับความน่ากลัวของโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้อย่างเฉียบพลัน หากไม่เข้าทำการรักษาโดยด่วน ทำให้ผู้ป่วยมีอัตราเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้

โดยอาการที่แสดงว่าเป็นสัญญาณของโรคร้ายนี้ ผู้ป่วยจะไม่สามารถล่วงรู้ได้ก่อนว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด

ดังนั้นหากตนเองมีความเสี่ยง จึงต้องหมั่นสังเกตอาการความผิดปกติอย่างสม่ำเสมอ

หลักๆ ที่พบคือภาวะเดินไม่ตรง รู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมทิศทางการเคลื่อนไหวได้

พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง พูดไม่ค่อยออก ไม่สามารถเอื้อมมือไปหยิบจับสิ่งของได้ แขนขาไม่มีแรง

ชาตามปลายมือปลายเท้า มองเห็นภาพไม่ชัด มองเห็นภาพซ้อน มึนงง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง เวียนหัว อาเจียน

หากพบอาการเหล่านี้ขึ้น ทางที่ดีควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุโดยทันที

ลำดับความรุนแรงของการเกิดโรค

ระยะของความรุนแรงจะแบ่งอาการออกเป็น 2 ระยะด้วยกัน คือมีภาวะตีบ ตันของหลอดเลือด

และระยะหลอดเลือดสมองแตก ซึ่งจะแสดงอาการให้เห็นดังต่อไปนี้

1.หลอดเลือดสมองเกิดภาวะตีบหรือตัน

ในระยะนี้ เส้นเลือดที่ทำหน้าที่ไปเลี้ยงสมองจะเกิดการตีบหรือตันในตำแหน่งใดๆ ก็ได้

ที่ทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้ไม่เพียงพอ ซึ่งอาการที่พบจะมีภาวะชาตามมือและเท้า

ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นหมดสติได้ ควรรีบพาผู้ป่วยเข้ารับการตรวจหาสาเหตุจากแพทย์ภายใน 2-3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอันตรายที่จะตามมา

2.หลอดเลือดสมองเกิดภาวะตัน

หากความรุนแรงยกระดับจากการตีบกลายเป็นเส้นเลือดในสมองแตกแล้ว ระยะนี้ถือว่ามีความอันตรายเป็นอย่างมาก เลือดจะเข้าไปคลั่งอยู่ภายในสมอง

ซึ่งผู้ป่วยจะต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนด้วยวิธีการผ่าตัดเท่านั้น หากเข้ารับการรักษาช้า จะทำให้เกิดทุพพลภาพ

หรือต้องใช้เวลาในการทำกายภาพบำบัดกว่าที่ผู้ป่วยจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้อีกครั้ง

การป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง

การป้องกันความเสี่ยงของการเกิดโรคนี้ จะคล้ายกับการป้องกันตัวเองจากโรคหัวใจ เพื่อช่วยลดภาวะอุดตันภายในหลอดเลือด ไม่ว่าจะเป็นไขมัน ลิ่มเลือด หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ที่สามารถเข้าไปทำให้เส้นเลือดเกิดการตีบตันขึ้นมาได้

ทางที่ดีควรงดการดื่มเหล้าสูบบุหรี่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ

พยายามหลีกเลี่ยงความเครียด ลดปริมาณอาหารที่อุดมด้วยแป้ง น้ำตาล และไขมันให้น้อยลง

เน้นการทานผักและผลไม้ที่มีเส้นใยสูง อย่าอยู่ในสถานที่ๆ มีอุณหภูมิเย็นหรือร้อนจัดเป็นเวลานาน

สมองขาดออกซิเจนจะเป็นอย่างไร

Photo Credit : medscape.com

และหมั่นเข้ารับการตรวจสุขภาพ สังเกตการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตัวเองอย่างสม่ำเสมอ

เมื่อทุกอย่างสมดุลด้วยดี ทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ คุณภาพชีวิตของสาวๆ ก็จะมีความสุข มีภูมิคุ้มกันที่ดี

ก็จะช่วยให้สามารถป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมองเช่นนี้ไม่ให้เข้ามาทำลายเราได้แล้วล่ะค่ะ




loading...
Mahosot.com ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน วิธีทําให้ผิวขาวใส การรักษาสิวจุดด่างดำ