สุขภาพ

โรคออโตอิมมูน ปัญหาระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ โรคใกล้ตัวที่ควรรู้จัก

โรคออโตอิมมูน ปัญหาระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ

โรคออโตอิมมูน เป็นกลุ่มโรคที่มีปัญหากับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งเป็นการทำงานที่ผิดพลาดของระบบภูมิคุ้มกัน

และสามารถส่งผลกระทบต่อเซลล์ภายในร่างกายได้ โรคนี้นับว่ามีความซับซ้อนอย่างยิ่ง

ดังนั้น วันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักโรคนี้เพิ่มมากขึ้นกัน โรคออโตอิมมูน คืออะไร สาเหตุ อาการ และวิธีรักษาป้องกันทำอย่างไรบ้าง? ไปติดตามกันเลยค่ะ

โรคออโตอิมมูน คืออะไร?

โรคออโตอิมมูน (Autoimmune diseases) คือ กลุ่มโรคที่เกิดจากความผิดพลาดในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

โดยตามปกติแล้ว ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะมีหน้าที่สำคัญในการปกป้องเซลล์ต่างๆ  ทั้งจากเชื้อโรคและแบคทีเรียหลายชนิด

รวมถึงสารเคมีที่สามารถส่งผลกระทบต่อร่างกาย แต่เมื่อร่างกายมีความผิดปกติ ก็จะทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาว

ซึ่งมีหน้าที่ในการป้องกันสิ่งสกปรกมีการทำงานผิดพลาด จนหันมาทำลายเซลล์ดีภายในร่างกายแทน

สาเหตุของโรคออโตอิมมูน

โรคออโตอิมมูนมีสาเหตุการเกิดเนื่องจาก เซลล์เม็ดเลือดขาวภายในร่างกายมีการทำงานที่ผิดปกติ หรือจะเรียกได้ว่า

ไม่สามารถจดจำหน้าที่ของตัวเองได้ จึงไม่สามารถที่จะแยกแยะระหว่างเซลล์เนื้อเยื่อภายในร่างกาย

และเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาสู่ร่างกายได้ จึงทำลายเซลล์ในร่างกายแทน

แต่สำหรับสาเหตุที่ส่งผลทำให้เกิดโรคออโตอิมมูนโดยตรง ทางการแพทย์ยังไม่สามารถค้นหาสาเหตุได้ชัดเจน

ดังนั้น สาเหตุที่สามารถระบุได้ในปัจจุบัน จะเกิดจากการที่สิ่งกระตุ้นหรือปัจจัยสภาพแวดล้อมโดยรอบ

เป็นตัวกระตุ้นสารพันธุกรรม ทำให้สารพันธุกรรมในร่างกายทำงานผิดปกติ โดยปัจจัยสภาพแวดล้อมที่ส่งผลคือ

  • ลักษณะทางพันธุกรรมที่มีความเสี่ยงแต่กำเนิด
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • การติดเชื้อ
  • ความเครียด
  • การได้รับฮอร์โมน
  • การสูบบุหรี่

โรคออโตอิมมูนที่ส่งผลต่อโรคอื่นๆ

สำหรับโรคออโตอิมมูนหรือโรคแพ้ภูมิตนเอง เป็นโรคที่เป็นสาเหตุของโรคต่างๆ ได้มากมาย ดังนี้

1.โรครูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis)

โรครูมาตอยด์จะมีความแตกต่างกับโรคข้อเข่าเสื่อม สาเหตุจากการที่เมื่อเป็นโรคออโตอิมมูน ระบบภูมิคุ้มกันจะโจมตีข้อต่อภายในร่างกาย

2.โรคสะเก็ดเงิน (psoriatic arthritis)

โรคสะเก็ดเงินที่มีผลมาจากโรคออโตอิมมูน จะมีรูปแบบอาการคือ มีปัญหาผิวหนัง เช่น บวม แดง คัน ตึง และมีอาการปวดข้อต่อร่วมด้วย

3.โรคเบาหวาน (diabetes)

โรคออโตอิมมูนที่ส่งผลให้เกิดโรคเบาหวาน โดยจะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1

ซึ่งมีสาเหตุมาจากระบบภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์ที่ใช้ในการผลิตอินซูลินในตับอ่อน ซึ่งจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

4.โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple sclerosis)

สาเหตุจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์ที่หุ้มรอบเซลล์ประสาท ซึ่งจะเริ่มแสดงอาการมึนงง และมีปัญหาต่อการเดิน

5.โรคแอดดิสัน (Addison’s disease)

โรคออโตอิมมูนจะส่งผลต่อต่อมหมวกไตที่ใช้ในการผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล และอัลดอสเตอโรน

ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จะใช้ในการจัดเก็บน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตของร่างกาย ทำให้ไม่สามารถจัดเก็บได้ตามปกติส่งผลทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ

6.โรคหลอดเลือดอักเสบ (vasculitis)

เมื่อระบบภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติจากโรคออโตอิมมูน โจมตีหลอดเลือดภายในร่างกาย

จึงทำให้เกิดการอักเสบทั้งหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำ และส่งผลต่อการไหลเวียนของระบบเลือดภายใน

7.โรคแพ้กลูเตน (Celiac)

กลูเตน โปรตีนที่สามารถพบได้ในธัญพืช ซึ่งเมื่อเป็นโรคออโตอิมมูนร่างกายจะมีความไวในการตอบสนองต่อโปรตีนชนิดนี้

โดยระบบภูมิคุ้มกันจะทำการโจมตี ดังนั้นเมื่อโปรตีนชนิดนี้อยู่ภายในลำไส้และระบบภูมิคุ้มกันได้ทำการโจมตีก็จะทำให้เกิดการอักเสบ

อาการของโรคออโตอิมมูน

อย่างแรกต้องทำความเข้าใจก่อนว่าโรคออโตอิมมูนนั้นเป็นกลุ่มโรคที่สามารถส่งผลต่อระบบต่างๆ ภายในร่างกายได้ไม่ใช่เพียงส่วนใดส่วนเดียว

เพราะฉะนั้น อาการของแต่ละโรคที่อยู่ภายในกลุ่มโรคออโตอิมมูนจะขึ้นอยู่กับแต่ละโรค

แต่ทั้งนี้สำหรับทุกๆ โรคที่อยู่ในกลุ่มโรคออโตอิมมูน จะมีอาการพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันดังนี้

  • เมื่อยล้า
  • มีไข้
  • ปวดกล้ามเนื้อต่างๆ
  • อาการชา
  • มีผื่นที่ผิวหนัง
  • ผมร่วง

ภาวะแทรกซ้อนของโรคออโตอิมมูน

เนื่องจากโรคออโตอิมมูนเป็นโรคของระบบภูมิคุ้มกันที่โจมตีเซลล์อื่นๆ ภายในร่างกาย จึงสามารถทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมาได้ ดังนี้

1.โรคหัวใจ สาเหตุเป็นเพราะระบบภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ โจมตีกล้ามเนื้อหัวใจ จึงทำให้เป็นสาเหตุของโรคหัวใจตามมาได้

2.โรคลิ่มเลือดอุดตันในปอด เมื่อเป็นโรคออโตอิมมูน และระบบภูมิคุ้มกันโจมตีหลอดเลือดในปอด ก็จะส่งผลทำให้เลือดนั้น กลายเป็นลิ่มและอุดตันภายในปอด

3.โรคมะเร็ง เมื่อโรคออโตอิมมูนทำให้เกิดการอักเสบในส่วนต่างๆ ของร่างกาย ก็จะทำให้การอักเสบที่เกิดขึ้นนั้น พัฒนาส่งผลทำให้เกิดเป็นโรคมะเร็ง

4.ภาวะซึมเศร้า โรคออโตอิมมูนทำให้ส่วนต่างๆ ภายในร่างกายเกิดการอักเสบ

ดังนั้น เมื่อเกิดการอักเสบก็จะเป็นแบบเรื้อรัง ทำให้ผู้ป่วยเริ่มมีความวิตกกังวลจนส่งผลทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า

การวินิจฉัยโรคออโตอิมมูน

สำหรับการวินิจฉัยโรคออโตอิมมูน ลำดับแรกแพทย์จะเริ่มจากการสอบถามประวัติของผู้ป่วย รวมถึงประวัติของคนในครอบครัว

ว่ามีผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้หรือไม่ นอกจากนี้แล้วแพทย์จะให้มีการตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการ เช่น

  • Antinuclear Antibodies
  • Antoantibodies
  • Blood Test Immunoglobulin A
  • C-Reactive Protein
  • Erythrocyte Sedimentation Rate
  • Immunofixation Electrophosis

วิธีรักษาโรคออโตอิมมูน

ในการรักษาโรคออโตอิมมูนยังไม่มีวิธีในการรักษาที่แน่ชัด แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการรักษาไปตามอาการและโรคที่เกิดขึ้น

ซึ่งการรักษาโรคออโตอิมมูนแบบพื้นฐาน แพทย์จะจ่ายยาตามอาการพื้นฐานดังนี้

1.ยากดภูมิคุ้มกัน

เป็นยาที่จะช่วยป้องกันระบบภูมิคุ้มกันทำลายอวัยวะภายในร่างกาย แต่ควรจะรับยาตามแพทย์สั่ง เพื่อเป็นการป้องกันการรับยากดภูมิเกินขนาด

2.ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์

เป็นยาที่ใช้เพื่อการรักษาอาการปวดข้อ จากสาเหตุของข้ออักเสบ และยังมียาชนิดอื่นๆ ที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ และสามารถนำมารักษาได้

  • ยารักษาอาการซึมเศร้า
  • ยานอนหลับ

3.ยาแทนฮอร์โมน

เป็นยาที่ใช้เพื่อการสร้างสารและฮอร์โมนทดแทน เพราะร่างกายไม่สามารถที่จะผลิตได้ ซึ่งก็คือ ยาอินซูลิน

วิธีป้องกันรักษาโรคออโตอิมมูน

โรคออโตอิมมูน อาจจะไม่ได้มีวิธีในการป้องกันและรักษาได้อย่างชัดเจน แต่ทั้งนี้สามารถที่จะป้องกันได้จากการเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง ดังนี้

1.อาหาร เลือกรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

เช่น ไขมัน อาหารรสหวาน และควรที่จะเน้นปลา เพื่อช่วยระบบย่อยอาหาร ย่อยอาหารได้ง่ายและได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน

รวมถึงไม่ควรที่จะเน้นโปรตีนมากจนเกินไป เพราะร่างกายจะไม่สามารถย่อยโปรตีนทั้งหมดได้

2.ออกกำลังกาย การออกกำลังกายไม่ควรออกอย่างหักโหมมากจนเกินไป และควรที่จะค่อยๆ ฝึกทำไป

สำหรับผู้ที่กำลังอยู่ในช่วงเพิ่งเริ่มต้น เพื่อเป็นการกระตุ้นการทำงานของระบบต่างๆ ให้ค่อยๆ ทำงานดีขึ้น

3.พักผ่อนให้พอ ควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะเมื่อร่างกายพักผ่อนได้เพียงพอ

ก็สามารถที่จะซ่อมแซมส่วนที่มีปัญหาได้ ที่สำคัญไม่ควรนอนดึก ควรเข้านอนช่วงเวลา 4 ทุ่มก่อน 5 ทุ่มจะดีที่สุด

Credit : jansatta.com

โรคออโตอิมมูน ควรที่จะต้องหมั่นดูแลร่างกายให้เหมาะสม และได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน

แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ส่งผลกระทบ เพื่อป้องกันการเกิดโรคหรือภาวะแทรกซ้อนตามมา

และควรพบแพทย์ทำการรักษาเมื่ออาการของโรคมีความผิดปกติ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้สุขภาพดีขึ้นได้แล้ว



Mahosot.com ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน วิธีทําให้ผิวขาวใส การรักษาสิวจุดด่างดำ
Reset Password