สุขภาพ

สาเหตุฝันกระตุก “Hypnagogic jerk” สะดุ้งตื่นฝันว่าตกจากที่สูง! ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร ?

ฝันเหมือนตกจากที่สูง

เชื่อหรือไม่ว่า ผู้คนเกือบ 70% เคยสะดุ้งตื่นจากความฝันที่เหมือนกับตัวเองกำลังตกจากที่สูง ?

โดยอาการดังกล่าวจะรู้สึกเหมือนกับว่า เรากำลังเล่นเครื่องเล่นอย่างรถไฟเหาะ จนทำให้ตกใจตื่นขึ้นมากลางดึก

แน่นอนว่า อาการแบบนี้ต้องมีคนที่ร้องอ๋อ… เพราะเคยมีประสบการณ์กับฝันประหลาดเช่นนี้มาก่อน

ซึ่งนั่นหมายถึง ความฝันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพียงคุณคนเดียวเท่านั้น แถมประสบการณ์ฝันตกตึก ตกเหว

หรือจะรู้สึกว่ากำลังตกจากที่ไหนสักแห่งสูงๆ ยังสามารถเกิดขึ้นได้บ่อยในบางกลุ่มจนกลายเป็นปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ

โดยเฉพาะคนที่มีปัญหานอนหลับยาก ความฝันนี้มีชื่อเรียกในทางการแพทย์ว่าภาวะ “Hypnagogic jerk”

ซึ่งเป็นอาการที่เรามักเรียกว่าฝันกระตุก ที่ส่งผลให้เกิดอาการนอนหลับไม่ปกติตามมา

เมื่อภาวะนี้เป็นความฝันที่พบได้กับผู้คนเป็นจำนวนมาก มันจึงไม่ใช่ความฝันแบบปกติ

แต่มีสาเหตุมาจากสภาพแวดล้อมต่างๆ การดำเนินชีวิตประจำวัน และสภาพร่างกายของตัวเองเป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดภาวะดังกล่าว

ลักษณะอาการของภาวะ Hypnagogic jerk

อาการที่เกิดขึ้นจากภาวะนี้จะมีลักษณะที่เกิดขึ้นอยู่ในระหว่างเคลิ้มหลับแบบกึ่งหลับกึ่งตื่น

อยู่ดีๆ ก็เกิดรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังร่วงหล่นจากที่สูงจนหวิวในท้อง หรือตกลงมากระแทกเข้ากับบางสิ่งบางอย่างที่คุณไม่รู้ว่ามันคืออะไร

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจะทำให้คุณเกิดภาวะกระตุกอย่างแรงจนสะดุ้งตื่นขึ้นมาได้…แล้วพบว่ามันเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น

การกระตุกเกิดขึ้นได้แบบทั้งเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เช่น แขน, ขา และการกระตุกทั้งตัว ก็สามารถพบได้ การสะดุ้งตื่นจะเป็นเพียงระยะสั้นๆ ร่างกายจะปิดโหมดเข้าสู่การนอนหลับปกติต่อไปได้

การกระตุกขณะหลับ และความสัมพันธ์ในการทำงานของกล้ามเนื้อ

การกระตุกขณะหลับดังที่กล่าวไปข้างต้นเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า hypnic jerks, periodic movements in sleep หรือ nocturnal myoclonus

มีส่วนสัมพันธ์กับการทำงานของกล้ามเนื้อขณะหลับ จะพบได้เมื่ออยู่ในช่วงเคลิ้มหลับ  กำลังหลับแบบกึ่งหลับกึ่งตื่น

พบได้ตั้งแต่วัยรุ่น ผู้ใหญ่วัยกลางคน และยิ่งพบได้มากขึ้นในกลุ่มสูงวัย การกระตุกเป็นได้ทั้งอาการเพียงเล็กน้อยบริเวณหัวแม่เท้า, เท้า หรือบริเวณมือเป็นระยะๆ ทุก 30-40 วินาที

เป็นอาการที่เราอาจจะไม่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็ได้ แต่หากการกระตุกรุนแรง เช่น ฟาดแขนฟาดขา เตะ ถีบ หรือกระตุกทั้งตัว อาจทำให้ตื่นขึ้นมากลางดึกแบบเต็มที่ได้

ร่างกายที่กำลังเข้าสู่โหมดพักผ่อน การทำงานของระบบประสาทคลายตัว กำลังเคลิ้มหลับ

จะมีการเปลี่ยนแปลงของอัตราการเต้นของหัวใจที่ช้าลง อุณหภูมิในร่างกายเริ่มเย็นขึ้น กล้ามเนื้อผ่อนคลายลงช้าๆ

แต่ก็มีกล้ามเนื้อบางส่วนปรับตัวตามไม่ทัน เป็นช่วงเดียวกันกับที่กำลังฝัน ทำให้กลายเป็นความฝันที่เหมือนเรากำลังตกจากที่สูงนั่นเอง

สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะฝันกระตุก Hypnagogic jerk

ตามหลักทางวิทยาศาสตร์ ยังไม่พบสาเหตุที่แน่ชัด แต่มีความเชื่อมโยงที่เกี่ยวข้องกับการทำงานผิดปกติหลายๆ อย่างในร่างกาย ซึ่งได้แก่

1.เกิดขึ้นกับคนที่ชอบนอน “นอกช่วงเวลา” ที่ควรหลับ คืออาจจะเป็นช่วงเวลากลางวันแบบงีบหลับเพราะรู้สึกอ่อนเพลีย ไปจนถึงช่วงที่กล้ามเนื้อกำลังเข้าสู่ภาวะเตรียมพร้อมผ่อนคลาย

จะมีการส่งสัญญาณเตือนไปยังสมอง แต่กลับเกิดข้อผิดพลาด สารที่สื่อกลับมาจึงเป็นความผิดปกติ

ทำให้เรารู้สึกว่าอยู่ดีๆ ก็ตกจากที่สูง โดยสัญญาณที่ส่งกลับออกมาดังกล่าวจะไปตอบสนองกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดภาวะเกร็ง และสะดุ้งตื่นขึ้นมาชั่วขณะ

2.การนอนหลับในห้องแอร์ที่มีอากาศเย็นจัด มีโอกาสทำให้เกิดภาวะฝันกระตุกได้

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของกล้ามเนื้อไม่สมดุลกับอุณหภูมิของร่างกาย จนทำให้เกิดอาการกระตุกเกร็ง

3.ความเครียดสะสมในระหว่างวัน ความวิตกกังวลต่างๆ และการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายๆ วันติดต่อกัน เป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดอาการกระตุก

ผลกระทบจากภาวะฝันกระตุก Hypnagogic jerk

ภาวะ hypnic jerks โดยปกติจะเป็นอาการที่พบได้ทั่วไป ซึ่งไม่มีอันตราย

แต่สำหรับคนบางกลุ่มที่มีการกระตุกรุนแรงมาก จนทำให้นอนหลับได้ไม่เต็มอิ่มในช่วงเวลากลางคืน

การกระตุกที่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจะไม่ทำให้ตื่นขึ้นมาเต็มที่ ทว่าการที่สมองถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นมาเพียงเล็กน้อยแล้วหลับต่อไป สลับกันไปมาในช่วงกลางคืน

อาการแบบนี้มักทำให้รู้สึกนอนหลับไม่เพียงพอ  ง่วงเหงาหาวนอนเหมือนนอนไม่เต็มอิ่ม และทำให้อยากงีบหลับในเวลากลางวัน

อย่างไรก็ตามในกลุ่มที่มีภาวะฝันกระตุกจนกระทบต่อการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก มีการเต้นของหัวใจถี่เร็ว

สะดุ้งตื่นจนลุกขึ้นมานั่งกลางดึก นอนต่อไปไม่หลับ หรือเข้าสู่สภาวะเหมือนผีอำ

อาจจะต้องเข้ารับการพบแพทย์เพื่อรักษา ซึ่งจะช่วยให้การนอนหลับได้ดียิ่งขึ้น

การรักษาภาวะ Hypnic jerks จำเป็นหรือไม่ ?

ถ้าจะถามว่าอาการดังกล่าวควรเข้ารับการรักษาจากแพทย์หรือไม่นั้น หากเป็นอาการกระตุกที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

นานๆ จะเกิดขึ้นสักครั้ง และไม่มีผลกระทบต่อการนอนหลับพักผ่อนแต่อย่างใด ก็ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษา

แต่หากมีการกระตุกที่ผิดปกติ บ่อยครั้ง จนทำให้เป็นปัญหาที่นำไปสู่ “โรคนอนไม่หลับ” (Insomnia) ตามมา การปล่อยทิ้งไว้นานจะส่งผลเสียต่อร่างกาย

การแก้ไขปัญหาเบื้องต้นก่อนเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ด้วยตัวเองคือ

หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูง พยายามผ่อนคลายร่างกายอย่าให้เกิดความเครียดสะสม นั่งสมาธิ

อ่านหนังสือ หรือทำกิจกรรมที่ชอบ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ดูภาพยนตร์ ข่าว หรือรายการที่ทำให้รู้สึกหดหู่หรือเครียดก่อนเข้านอน

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นเป็นธัญพืช ดื่มนมอุ่นๆ ก่อนนอน เน้นเป็นนมถั่วเหลืองที่จะมีสารเซราโทนินที่ช่วยทำให้สมองเกิดความผ่อนคลาย งดเว้นขนมขบเคี้ยวและอาหารหนักๆ ก่อนนอน

กรณีที่มีอาการรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาจากแพทย์ มักจะมีการให้ยาโคลนาซีแพม (clonazepam เม็ดละ 0.5 มิลลิกรัม) 1-2 เม็ดก่อนนอนตามความรุนแรงของอาการ

หรือยาเทมาซีแพม (temazepam เม็ดละ 15 มิลลิกรัม) ก่อนนอน ซึ่งจะช่วยทำให้สมองผ่อนคลาย นอนหลับพักผ่อนได้สนิทตลอดคืน และลดอาการฝันกระตุกให้น้อยลงอีกด้วย

ภาวะ Hypnic jerksPhoto Credit : baotinnhanh.vn

อาการฝันกระตุก เหมือนตกจากที่สูง Hypnic jerks ถือว่าเป็นอาการที่พบได้บ่อยทั่วไป

มักจะไม่ค่อยส่งผลอันตรายร้ายแรง แต่จะมีเพียงบางรายเท่านั้นที่จะเกิดอาการกระตุกบ่อยครั้งใน 1 คืน

มีอาการรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ควรได้รับการรักษาจากแพทย์เพื่อให้อาการทุเลาลง สามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมากกว่าเดิมนั่นเองค่ะ

Mahosot.com ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน วิธีทําให้ผิวขาวใส การรักษาสิวจุดด่างดำ
Reset Password