สุขภาพ

เลือดกำเดาไหลบ่อย อย่ามองข้าม! อาจเป็นสัญญาณจากสาเหตุอันตราย

เลือดกำเดาไหลบ่อย

หากพูดถึงอาการ เลือดกำเดาไหล (epistaxis) เป็นอาการที่พบได้ทั่วไป หากเกิดจากการกระทบกระทั่งภายในจมูกจนทำให้เส้นเลือดฝอยแตก

ทว่าอาการเลือดกำเดาไหลบ่อย ไม่ใช่อาการที่เราควรมองข้าม เพราะนั่นอาจจะเป็นสัญญาณความผิดปกติของระบบภายในโพรงจมูก

ซึ่งการที่เลือดเหล่านี้ไหลออกมา จะออกทางด้านหน้าหรือหลังโพรงจมูก สามารถไหลออกมาจากรูข้างเดียวหรือทั้งสองข้าม

พบได้ในทุกเพศทุกวัย และนอกจากนี้ยังพบในช่วงที่มีอากาศหนาวมากกว่าในช่วงอากาศชื้น

หากอาการรุนแรง ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อจะได้หาสาเหตุของอาการเลือดกำเดาที่ไหลออกมาเรื้อรังไม่ยอมหายซักที่

เบื้องต้นอาจจะมาจากการอักเสบและติดเชื้อของทางเดินหายใจที่ควรได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน ไม่สามารถปล่อยทิ้งไว้ให้หายเองได้นั่นเองค่ะ

สาเหตุเลือดกำเดาไหลเกิดจากอะไร ?

สาเหตุของเลือดกำเดาไหลเกิดจากหลายปัจจัยด้วยกัน แพทย์จะมีการแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ซึ่งได้แก่

1.กลุ่มที่มีเลือดออกจำนวนน้อย และสามารถหยุดหายไปได้แต่มีอาการเลือดกำเดาไหลบ่อย

เป็นมาหลายครั้ง พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ที่มีอายุยังไม่มาก เลือดดังกล่าวจะไหลออกมาที่โพรงจมูกด้านหน้า เรียกว่า “anterior epistaxis”

2.กลุ่มที่มีเลือดกำเดาไหลออกเพียงครั้งเดียว แต่มีปริมาณเลือดออกมาก

ไม่สามารถหยุดอาการได้เอง และมักหาสาเหตุไม่พบในเบื้องต้น พบได้บ่อยในผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว

โดยเฉพาะโรคความดันโลหิตสูง การไหลของเลือดจะไหลจากโพรงจมูกด้านหลัง เรียกว่า “posterior epistaxis”

ตำแหน่งเลือดกำเดาไหล บอกสาเหตุได้

ตำแหน่งที่มีอาการเลือดกำเดาไหลออกมาจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ตำแหน่งหลักๆ ด้วยกัน

ซึ่งจะสามารถบอกได้คร่าวๆ ว่าอาการเลือดกำเดาไหลเกิดจากอะไร

1.เลือดกำเดาหลจากด้านหน้าโพรงจมูก

เป็นอาการที่พบได้มากถึงร้อยละ 90 ของตำแหน่งที่เลือดกำเดาไหลทั้งหมด

พบได้ทั้งในเด็กและวัยรุ่นเป็นจำนวนมาก สาเหตุมักมาจากการแคะจมูกด้วยความรุนแรง

เลือดที่ออกมาจะมาจากผนังกั้นที่ส่วนของช่องจมูกด้านหน้า ซึ่งเต็มไปด้วยหลอดเลือดหลายแขนงรวมกันอยู่

2.เลือดกำเดาจากด้านหลังโพรงจมูก

ผู้ป่วยจะสัมผัสได้ถึงอาการเลือดกำเดาไหลลงไปในคอ ได้กลิ่นคาวเลือด

เป็นอาการที่รุนแรงกว่าชนิดแรก สาเหตุมักมาจากผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูง และในผู้สูงอายุที่มีปัญหาหลอดเลือดแข็งตัว

รวมไปถึงผู้ป่วยที่มีภาวะเนื้องอกในโพรงจมูก ซึ่งตัวเนื้องอกจะมีเส้นเลือดขนาดเล็กมาหล่อเลี้ยงเป็นจำวนมาก

การสังเกตความผิดปกติ แพทย์จะใช้วิธีการส่องกล้องตรวจเข้าไปด้านในเพื่อหาต้นตอของอาการเลือดออก

3.เลือดกำเดาไหลจากด้านบนโพรงจมูก

เลือดกำเดาที่ไหลออกออกจากด้านบนโพรงจมูก มักจะเกิดขึ้นจากโรคเป็นสาเหตุ แต่พบได้น้อย

ซึ่งมักจะมาจากการผ่าตัดไซนัส, เนื้องอกในโพรงจมูกบางชนิด และอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดการกระทบกระเทือนบริเวณศีรษะ เป็นต้น

ทำไมเลือดกำเดาไหลบ่อย ?

เลือดกำเดาไหลบ่อย เกิดขึ้นได้หลายกรณี เราสามารถแบ่งชนิดที่มาจากสาเหตุที่รุนแรงและชนิดไม่รุนแรง สามารถหายได้เอง ที่พบได้ทั่วไปคือ

1.อาการระคายเคืองหรืออาการบาดเจ็บที่โพงจมูก

หากผู้ป่วยมีพฤติกรรมชอบแคะจมูกแรงๆ บ่อยๆ ก็จะทำให้เลือดกำเดาไหลบ่อย มักพบในคนที่มีน้ำมูกเรื้อรัง แห้งเกรอะอยู่ด้านใน

เมื่อแคะก็จะเกิดแผลถลอก จนมีเลือดไหลออกมาด้วย บางรายเป็นแผลเรื้อรังอยู่ที่ส่วนหน้าในรูจมูก

เมื่อแคะบ่อยๆ ก็ทำให้เลือดออกมาได้ง่าย การได้รับการกระแทกทำให้กระดูกจมูกแตกหัก

หรือเส้นเลือดฝอยแตก การผ่าตัดเนื้อเยื่อบุจมูก การผ่าตัดผนังกั้นจมูก การผ่าตัดโพรงไซนัส

การใส่ท่อช่วยหายใจ การเปลี่ยนแปลงความกดอากาศอย่างรวดเร็ว การสั่งน้ำมูกแรงๆ ฯลฯ

อาการเหล่านี้มักไม่ค่อยเป็นอันตราย จะมีเลือดกำเดาไหลออกช่วงสั้นๆ และหาไปได้เอง

แต่หากมีพฤติกรรมการแคะจมูกที่รุนแรง หรือทำให้จมูกเกิดบาดแผล ก็จำทำให้มีเลือดกำเดาไหลบ่อยตามมาได้ง่าย

2.เลือดกำเดาออกในปริมาณมากภายหลังจากการได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรงจากอุบัติเหตุ

ปริมาณเลือดจะมีมากในช่วงแรก แต่จะค่อยๆ หายไปได้เอง ทว่าหากสังเกตพบการบาดเจ็บของจมูกเป็นเวลานาน

มีเลือดกำเดาไหลนานเป็นสัปดาห์ สาเหตุอาจมาจากการที่เส้นเลือดภายในโพรงจมูกโปร่งพองจากอุบัติเหตุ

3.อาการหนาวและแห้ง

อาการหนาวและแห้ง จะเป็นสาเหตุทำให้เลือดกำเดาไหลบ่อยได้ เนื่องจากเยื่อบุจมูกมีความแห้ง เกิดการระคายเคือง ตามมาด้วยเลือดออกได้ง่ายขึ้น

4.ภาวะอักเสบภายในโพรงจมูก

มักมาจากการติดเชื้อไวรัส,  ภูมิแพ้, ไซนัสอักเสบ, การสัมผัสกับสิ่งระคายเคือง, มีสิ่งแปลกปลอมในจมูก,

การใช้เครื่องอัดอากาศช่วยหายใจ และการรักษาโรคหยุดหายใจขณะหลับ เป็นต้น

เป็นสาเหตุที่เสี่ยงทำให้เกิดการอักเสบภายในโพรงจมูก มีเลือดคั่งภายใน เส้นเลือดฝอยแตกง่าย

ส่วนมากสังเกตได้ว่าจะมีเลือดปนออกมาพร้อมกับน้ำมูก อาการรุนแรงแตกต่างกันไปในกลุ่มผู้ป่วย ขึ้นอยู่กับปริมาณเลือดที่ออกมาในแต่ละครั้งด้วย

อาการเลือดกำเดาไหลที่ควรระวัง

ระดับความรุนแรงของอาการเลือดกำเดาไหลที่ไม่ควรมองข้าม เสี่ยงที่จะทำให้เลือดกำเดาไหลออกมาในปริมาณมาก

จนทำให้ผู้ป่วยช็อกจนหมดสติได้ นั่นคือภาวะที่ถูกจัดอยู่ในระดับรุนแรง มีเลือดออกมาก

จนทำให้น้ำในหลอดเลือดต่ำ ชีพจรเต้นเร็ว ความดันเลือดลดต่ำลง หน้ามืด

รู้สึกเหมือนจะเป็นลมเวลาเปลี่ยนอิริยาบถ จะทำให้ผู้ป่วยเสียเลือดมาก

ควรรีบเข้ารับการรักษาเพื่อหยุดการไหลของเลือดอย่างเร่งด่วน

มิเช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดภาวะช็อกจนเสียชีวิตตามมาได้เลยทีเดียว แม้จะใช้การห้ามเลือดด้วยวิธีต่างๆ แล้วก็ตาม

การปฐมพยาบาลเลือดกำเดาไหล

  • สำหรับการดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อมีเลือดออก ผู้ป่วยควรใช้หลักการห้ามเลือดไม่ว่าออกมาจากทางไหน

ด้วยการกดที่จุดเลือดออกทิ้งไว้ 10-15 นาที จะช่วยให้เกล็ดเลือดเข้ามารวมตัว และเลือดหยุดได้เองในที่สุด

  • ตำแหน่งที่เลือดกำเดาไหลบ่อย จะพบที่ด้านหน้าตรงสันกลางจมูก

หากมีเลือดออกให้ใช้วิธีเอามือบีบจมูกให้แน่นด้วยนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ ค้างไว้ 5-0 นาที เพื่อปิดจุดเลือดออก และใช้วิธีหายใจทางปากไปก่อน

  • หลีกเลี่ยงการบีบๆ ปล่อยๆ จมูกขณะที่กำลังกดจุดหยุดเลือด เพราะส่วนใหญ่ต้องการดูว่าเลือดหยุดไหลหรือยัง

ดังนั้นให้บีบทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาทีเป็นอย่างต่ำ หากต้องการทราบว่าเลือดหยุดไหลแล้วหรือไม่

  • ประคบเย็นด้วยผ้าห่อน้ำแข็งหรือ cold pack ที่จมูก ซึ่งจะช่วยให้เส้นเลือดภายในโพรงจมูกหดตัว

บรรเทาเลือดไหลให้น้อยลง หรืออมน้ำเย็น หรือน้ำแข็งภายในช่องปากไปพร้อมๆ กันด้วย จะช่วยลดภาวะเลือดออกให้หายได้เร็วขึ้น

  • หลีกเลี่ยงการหงายศีรษะขึ้น เพราะจะทำให้เลือดไหลลงคอ เกิดการสำลักขึ้นมา สิ่งที่ควรทำคือการก้มหน้าลงแล้วบีบจมูกค้างไว้
  • หากพบว่าเลือดกำเดาไหลออกมา ไม่ยอมหยุดซักที ให้บีบจมูกต่อด้วยวิธีเดิมอีกครั้ง

กรณีที่มีเลือดกำเดาไหลอย่างต่อเนื่องเกิน 20 นาที ให้บีบทิ้งไว้และรีบพาตัวเองไปโรงพยาบาลในทันที

สาเหตุเลือดกำเดาไหล

Photo Credit : dcnepal.com

การรักษาเลือดกำเดาไหล

เบื้องต้นจะใช้วิธีปฐมพยาบาลดังที่กล่าวไปข้างต้นแล้วก่อน ในระหว่างที่เลือดกำเดาหยุดไหลไปแล้ว

หลีกเลี่ยงการแคะจมูกหรือการสั่งนำมูกแรงๆ ภายในระยะเวลา 24-48 ชั่วโมงก่อน

เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดไหลออกมาอีก ผู้ป่วยคนนอนพักในท่ายกศีรษะขึ้นสูง ใช้น้ำแข็งมาประคบเอาไว้ตรงตำแหน่งหน้าผากหรือคอ

การรักษาหากแพทย์พบว่าผู้ป่วยมีเลือดไหลไม่หยุดด้วยวิธีเบื้องต้น แพทย์จะหาสาเหตุของอาการที่เกิดขึ้น

ทำการรักษาด้วยวิธีจี้ในจุดที่เลือดออกด้วยไฟฟ้าหรือการใช้สารเคมี การใช้วิธีผูกหลอดเลือดแดง

การใส่วัสดุหยุดเลือดกำเดาภายในจมูก หรือการฉีดสารเพื่อหยุดเข้าไปอุดหลอดเลือด เป็นต้น

อาการเลือดดำเดาออกบ่อย เกิดจากหลายสาเหตุ ดังที่กล่าวไปแล้ว

ดังนั้นหากพบว่าตัวเองมีเลือดกำเดาไหลเรื้อรัง ไหลไม่ยอมหยุด มีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย

ทางที่ดีคือการเข้ารับการตรวจจากแพทย์ เพื่อให้แน่ชัดว่าอาการที่เป็นอยู่นั้นเป็นอาการธรรมดา หรือจากสัญญาณเตือนของโรคในร่างกายของเรากันแน่


แสดงความคิดเห็น ติชม ข้างล่างนี้เลย

comments

Mahosot.com ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน วิธีทําให้ผิวขาวใส การรักษาสิวจุดด่างดำ